การศึกษาธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทย: การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ ความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาระบบนิเวศ (A Study of the Brokerage Business in Thailand)
17 ก.พ. 2569

ดาวน์โหลดงานวิจัย

cmri file thumb
2492567---CMDF-Brokerage-Research-Paper_THAI.pdf
.pdf

เนื้อหาหลัก

Thailand’s brokerage industry is under sustained pressure from declining trading volumes, margin compression, rising operating costs, and shifting investor behavior, within a broader capital-market environment characterized by weakened confidence and a shallow issuer pipeline. Many mid-sized and smaller brokers face constraints in investing at the scale required to remain competitive.

This study supports a coordinated consolidation agenda, noting that industry fragmentation within a finite profit pool has constrained reinvestment. While consolidation can strengthen balance sheets and operational efficiency, the priority is not fewer brokers, but higher-quality brokers. Market restructuring should preserve specialized and digital players, aiming for an efficient structure indicatively in the range of 12–17 brokers, while avoiding excessive concentration.

The paper advocates a dual-track strategy combining top-down regulatory reform and bottom-up industry adaptation. The transformation roadmap is organized around six strategic moves designed to create a smaller but more capable brokerage ecosystem operating within a deeper, more resilient, and trusted capital market by 2030:

  1. Shift regulator mindset: Transition from a merit-based gatekeeper model to a principles-based, developmental and risk-based supervisory approach.
  2. Strengthen local private capital markets: Revitalize the PE/VC ecosystem through legal, structural, and tax reforms to improve the issuer pipeline.
  3. Shape brokerage market for efficiency: Encourage guided consolidation to reduce fragmentation while enabling niche and digital players to coexist.
  4. Develop shared infrastructure: Build common digital platforms (e.g., securities borrowing and lending) to enhance efficiency and reduce costs.
  5. Re-build trust in the market: Strengthen enforcement, gatekeeper accountability, whistleblower protection, and investor protection frameworks.
  6. Launch nation-wide financial literacy initiative: Establish coordinated governance and digital education platforms to improve retail investor participation and informed decision-making.

 

Research Bites by CMDF: จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ไทย - รวมเพื่อโต หรือปรับเพื่อรอด?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน มูลค่าการซื้อขายในตลาดลดลงต่อเนื่อง ส่วนต่างกำไรหดตัว ขณะที่ต้นทุนด้านเทคโนโลยีและการกำกับดูแลกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมนักลงทุนก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นักลงทุนรุ่นใหม่คุ้นเคยกับแพลตฟอร์มดิจิทัล ค่าธรรมเนียมต่ำ และการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ภายใต้แรงกดดันเหล่านี้ บริษัทหลักทรัพย์จำนวนมาก โดยเฉพาะรายกลางและรายเล็ก เริ่มเผชิญข้อจำกัดในการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจให้แข่งขันได้ในระยะยาว หากปล่อยให้โครงสร้างเดิมดำเนินต่อไปโดยไม่มีการปรับตัว ความสามารถในการแข่งขันของทั้งอุตสาหกรรมอาจค่อย ๆ อ่อนแรงลง

หนึ่งในแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การส่งเสริมการควบรวมและการซื้อกิจการ (M&A) เพื่อแก้ปัญหาความกระจายตัวของอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีผู้เล่นจำนวนมาก แต่ทำงานอยู่บนฐานกำไรที่จำกัด การรวมตัวสามารถช่วยลดต้นทุนซ้ำซ้อน เพิ่มความแข็งแรงทางการเงิน และสร้างขนาดธุรกิจที่เหมาะสมต่อการลงทุนในเทคโนโลยีและระบบบริหารความเสี่ยง เป้าหมายจึงไม่ใช่การทำให้จำนวนบริษัทลดลงให้มากที่สุด แต่คือการทำให้เหลือ บริษัทหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพสูง และมีบทบาทชัดเจนในระบบตลาดทุน

 

ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า โครงสร้างอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ไทยควรมีประมาณ 12–17 ราย ซึ่งมีฐานทุนแข็งแรงและโมเดลธุรกิจชัดเจน น่าจะเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการสร้างทั้งประสิทธิภาพและการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม การควบรวมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ตลาดทุนเติบโตได้ หากระบบนิเวศโดยรวมยังไม่แข็งแรง การปฏิรูปจึงต้องเดินควบคู่กันหลายด้าน เพื่อให้การปรับโครงสร้างเกิดผลอย่างเป็นระบบ รายงานจึงเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย 6 ข้อ ดังนี้

  1. ปรับกรอบกำกับดูแลให้ทันสมัย เปลี่ยนจากแนวทางกำกับแบบคัดกรอง (merit-based) ไปสู่แนวทางที่ยึดหลักการและอิงความเสี่ยง (principles-based & risk-based) พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบ real-time
  2. เสริมความแข็งแรงให้ระบบ PE/VC ไทย ปรับโครงสร้างกฎหมายและแรงจูงใจเพื่อพัฒนาระบบเงินทุนภาคเอกชน เพิ่มช่องทาง exit และดึงดูดเงินลงทุนสถาบัน เพื่อสร้างบริษัทคุณภาพเข้าสู่ตลาดทุนในอนาคต
  3. สนับสนุนการควบรวมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเสริม M&A ในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์อย่างมีทิศทาง เพื่อสร้างผู้เล่นที่มีทุนแข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกันยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นเฉพาะทางและดิจิทัลสามารถแข่งขันได้
  4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมของอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ ลงทุนในระบบกลาง เช่น ระบบยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ และโครงสร้างดิจิทัลร่วม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสนับสนุนการกำกับดูแล 
  5. ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาดทุน เสริมความเข้มแข็งของกลไกบังคับใช้กฎหมาย การคุ้มครองนักลงทุน และมาตรการสร้างความโปร่งใส เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นระยะยาว
  6. ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินระดับชาติ สร้างระบบการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง มีโครงสร้าง ธรรมาภิบาลชัดเจน และใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพการตัดสินใจลงทุนของประชาชน

ในระดับผู้ประกอบการ บริษัทหลักทรัพย์เองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน โดยการทำให้จุดเด่นของตนชัดเจน ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขยับจากการแข่งขันด้านค่าคอมมิชชั่นไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพคำแนะนำและความไว้วางใจ ผู้เล่นบางรายอาจเลือกควบรวม ขณะที่บางรายอาจมุ่งเน้นตลาดเฉพาะทางที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งขนาดเป็นหลัก

ภายในปี 2030 อุตสาหกรรมบริษัทหลักทรัพย์ของไทยอาจมีจำนวนลดลง แต่มีศักยภาพสูงขึ้น ดำเนินงานในตลาดทุนที่ลึกกว่า น่าเชื่อถือกว่า และมีโครงสร้างสมดุลระหว่างผู้เล่นขนาดใหญ่กับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ธุรกิจโบรกเกอร์อยู่รอด แต่คือการทำให้ตลาดทุนไทยแข็งแรงพอจะรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุกกี้