รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการการยกระดับการออมผ่านช่องทางตลาดทุน” เป็นรายงานย่อยปีที่ 1 ในระยะที่ 2 ของโครงการ เรื่อง “คนไกลตลาดทุน: ชีวิต อคติ พฤติกรรม และแนวมาตรการเพื่อส่งเสริมการออมผ่านตลาดทุน” โดยมุ่งศึกษาว่าเหตุใดคนไทยส่วนใหญ่หรือ “คนไกลตลาดทุน” จึงยังไม่ใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางสะสมเงินออมและเตรียมความพร้อมสำหรับวัยเกษียณ การศึกษาพิจารณาทั้งเงื่อนไขชีวิต รายได้ ความรู้และความเชื่อทางการเงิน ทัศนคติต่อความเสี่ยง เครือข่ายทางสังคม และความไว้วางใจต่อหน่วยงานและผู้ให้บริการในตลาดทุน เพื่อนำไปสู่มาตรการที่เหมาะกับคนแต่ละกลุ่ม
การศึกษาใช้การวิจัยเชิงคุณภาพภายใต้กรอบกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) โดยทบทวนผลการศึกษาระยะแรก ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างกับผู้ให้ข้อมูล 20 รายที่มีความหลากหลายด้านอายุ อาชีพ รายได้ พื้นที่อยู่อาศัย และประสบการณ์ลงทุน ข้อมูลถูกวิเคราะห์โดยคณะผู้วิจัยร่วมกับแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ เพื่อระบุและจัดกลุ่มสาเหตุเชิงลึก อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาในรายงานฉบับนี้ยังเป็นข้อค้นพบเบื้องต้นจากการสัมภาษณ์รอบแรก จึงยังไม่สามารถใช้สรุปแทนคนไกลตลาดทุนทั้งหมดได้
ผลการศึกษาอุปสรรคหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่
- ยังคิดว่าไม่พร้อม: เชื่อว่าต้องมีรายได้มั่นคงหรือมีเงินก้อนใหญ่ก่อนเริ่มลงทุน รวมถึงยังขาดวินัยในการจัดการรายรับรายจ่าย
- ยังรู้ไม่พอ: มองว่าตลาดทุนซับซ้อน มีข้อมูลและศัพท์เฉพาะจำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือคิดว่าต้องติดตามตลาดตลอดเวลา
- ยังไม่เห็นความสำคัญ: กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับภาระระยะสั้นมากกว่า หรือมองว่าการเกษียณและการลงทุนระยะยาวเป็นเรื่องไกลตัว
- ยังไม่เปิดใจ: กลุ่มที่ขาดความไว้วางใจต่อภาครัฐ ตัวกลางทางการเงิน หรือบริษัทจดทะเบียน มีค่านิยมต่อสินทรัพย์ที่จับต้องได้ หรือยังมีข้อจำกัดด้านทักษะดิจิทัล
การตัดสินใจลงทุนยังได้รับอิทธิพลจากครอบครัว เพื่อน และเหตุการณ์เปลี่ยนผ่านในชีวิต เช่น การมีบุตรหรือการดูแลพ่อแม่ นอกจากนี้ การไม่ลงทุนในตลาดทุนไม่ได้หมายความว่าไม่มีการลงทุน เพราะหลายคนเลือกที่ดิน ทองคำ ธุรกิจส่วนตัว หรือการพัฒนาทักษะของตนเอง สะท้อนว่าความหมายของ “ความมั่นคงทางการเงิน” แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
คณะผู้วิจัยจึงเสนอแนวทางเบื้องต้น ได้แก่ การพัฒนาความรู้และการสื่อสารความเสี่ยงที่เข้าใจง่าย การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เริ่มต้นได้ด้วยเงินน้อยและลงทุนอัตโนมัติ การใช้มาตรการเชิงพฤติกรรม การสร้างความไว้วางใจและการเข้าถึงบริการทั้งช่องทางดิจิทัลและช่องทางทั่วไป ตลอดจนการช่วยให้ผู้ที่ยังไม่พร้อมลงทุนสามารถลดหนี้ สร้างเงินสำรอง และเพิ่มศักยภาพทางรายได้ก่อนเข้าสู่ตลาดทุน ขั้นต่อไปจะมีการสำรวจเชิงปริมาณ 800 ตัวอย่าง และการระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง








