งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาผลกระทบของนโยบายกองทุน Thai ESG ต่อการส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนในตลาดทุนไทย โดยครอบคลุม 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
(1) ผลของนโยบายต่อกระแสเงินลงทุนในกองทุน Thai ESG เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนทั่วไปที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
(2) การจัดสรรเงินลงทุนของกองทุน Thai ESG ไปยังหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และ
(3) การเปลี่ยนแปลงด้านความตระหนักรู้และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ESG ของนักลงทุน
นอกจากนี้ ยังศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุน เพื่อพิจารณาว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ผลตอบแทนและความเสี่ยง หรือความยั่งยืนของกิจการมากกว่ากัน
การศึกษาใช้ข้อมูลกองทุนรวมจากฐานข้อมูล Morningstar และข้อมูลคะแนน ESG ของบริษัทจดทะเบียนจาก Refinitiv เพื่อวิเคราะห์กระแสเงินลงทุน ผลตอบแทน และหลักทรัพย์ที่กองทุน Thai ESG ถือครอง เปรียบเทียบกับกองทุนทั่วไปที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน รวมถึงกองทุน LTF ในช่วงเริ่มต้นของมาตรการลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์ความสนใจของประชาชนต่อประเด็นความยั่งยืนผ่านข้อมูลการค้นหาบน Google ควบคู่กับการสำรวจเชิงทดลองนักลงทุนจำนวน 359 ราย เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจจัดสรรเงินลงทุน และการสัมภาษณ์ผู้จัดการกองทุน 4 รายและตัวแทนบริษัทจดทะเบียน 6 ราย เพื่อประกอบการวิเคราะห์ผลของนโยบายต่อการลงทุนอย่างยั่งยืนในทางปฏิบัติ
ผลการศึกษาพบว่า กองทุน Thai ESG สามารถดึงดูดกระแสเงินลงทุนได้มากกว่ากองทุนทั่วไปที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ผลตอบแทนของกองทุนทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลการสำรวจพบว่านักลงทุนส่วนใหญ่ตัดสินใจลงทุนในกองทุน Thai ESG เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี มากกว่าความต้องการสนับสนุนความยั่งยืนโดยตรง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจด้าน ESG สูงกว่ามีแนวโน้มจัดสรรเงินลงทุนในกองทุน Thai ESG มากกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่ากองทุน Thai ESG ถือครองหลักทรัพย์ที่มีคะแนน ESG เฉลี่ยสูงกว่ากองทุนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญเมื่อพิจารณาตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา สะท้อนให้เห็นว่ากองทุน Thai ESG มีส่วนสนับสนุนการจัดสรรเงินลงทุนไปยังบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระดับสูง ขณะที่ความสนใจของประชาชนต่อประเด็น ESG ภายหลังการดำเนินนโยบายยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ผลการศึกษาเสนอให้ภาครัฐพิจารณาคงมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อรักษาแรงจูงใจในการลงทุน ควบคู่กับการยกระดับความรู้ความเข้าใจด้าน ESG ของนักลงทุน และพัฒนามาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลกองทุนให้มีความชัดเจน รวมถึงการพัฒนาข้อมูลคะแนน ESG ที่มีมาตรฐานร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินคุณภาพด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์และกองทุน ทั้งนี้ ผลการศึกษาสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงนโยบาย Thai ESG ให้สามารถส่งเสริมการจัดสรรเงินทุนไปยังธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนเป็นพื้นฐานสำหรับการติดตามผลกระทบระยะยาวของนโยบายต่อการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทจดทะเบียนในอนาคต








