
Thailand’s brokerage industry is under sustained pressure from declining trading volumes, margin compression, rising operating costs, and shifting investor behavior, within a broader capital-market environment characterized by weakened confidence and a shallow issuer pipeline. Many mid-sized and smaller brokers face constraints in investing at the scale required to remain competitive.
This study supports a coordinated consolidation agenda, noting that industry fragmentation within a finite profit pool has constrained reinvestment. While consolidation can strengthen balance sheets and operational efficiency, the priority is not fewer brokers, but higher-quality brokers. Market restructuring should preserve specialized and digital players, aiming for an efficient structure indicatively in the range of 12–17 brokers, while avoiding excessive concentration.
The paper advocates a dual-track strategy combining top-down regulatory reform and bottom-up industry adaptation. The transformation roadmap is organized around six strategic moves designed to create a smaller but more capable brokerage ecosystem operating within a deeper, more resilient, and trusted capital market by 2030:
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน มูลค่าการซื้อขายในตลาดลดลงต่อเนื่อง ส่วนต่างกำไรหดตัว ขณะที่ต้นทุนด้านเทคโนโลยีและการกำกับดูแลกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมนักลงทุนก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นักลงทุนรุ่นใหม่คุ้นเคยกับแพลตฟอร์มดิจิทัล ค่าธรรมเนียมต่ำ และการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ภายใต้แรงกดดันเหล่านี้ บริษัทหลักทรัพย์จำนวนมาก โดยเฉพาะรายกลางและรายเล็ก เริ่มเผชิญข้อจำกัดในการลงทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจให้แข่งขันได้ในระยะยาว หากปล่อยให้โครงสร้างเดิมดำเนินต่อไปโดยไม่มีการปรับตัว ความสามารถในการแข่งขันของทั้งอุตสาหกรรมอาจค่อย ๆ อ่อนแรงลง
หนึ่งในแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การส่งเสริมการควบรวมและการซื้อกิจการ (M&A) เพื่อแก้ปัญหาความกระจายตัวของอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีผู้เล่นจำนวนมาก แต่ทำงานอยู่บนฐานกำไรที่จำกัด การรวมตัวสามารถช่วยลดต้นทุนซ้ำซ้อน เพิ่มความแข็งแรงทางการเงิน และสร้างขนาดธุรกิจที่เหมาะสมต่อการลงทุนในเทคโนโลยีและระบบบริหารความเสี่ยง เป้าหมายจึงไม่ใช่การทำให้จำนวนบริษัทลดลงให้มากที่สุด แต่คือการทำให้เหลือ บริษัทหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพสูง และมีบทบาทชัดเจนในระบบตลาดทุน
ผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า โครงสร้างอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ไทยควรมีประมาณ 12–17 ราย ซึ่งมีฐานทุนแข็งแรงและโมเดลธุรกิจชัดเจน น่าจะเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการสร้างทั้งประสิทธิภาพและการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม การควบรวมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ตลาดทุนเติบโตได้ หากระบบนิเวศโดยรวมยังไม่แข็งแรง การปฏิรูปจึงต้องเดินควบคู่กันหลายด้าน เพื่อให้การปรับโครงสร้างเกิดผลอย่างเป็นระบบ รายงานจึงเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย 6 ข้อ ดังนี้
ในระดับผู้ประกอบการ บริษัทหลักทรัพย์เองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน โดยการทำให้จุดเด่นของตนชัดเจน ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขยับจากการแข่งขันด้านค่าคอมมิชชั่นไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพคำแนะนำและความไว้วางใจ ผู้เล่นบางรายอาจเลือกควบรวม ขณะที่บางรายอาจมุ่งเน้นตลาดเฉพาะทางที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งขนาดเป็นหลัก
ภายในปี 2030 อุตสาหกรรมบริษัทหลักทรัพย์ของไทยอาจมีจำนวนลดลง แต่มีศักยภาพสูงขึ้น ดำเนินงานในตลาดทุนที่ลึกกว่า น่าเชื่อถือกว่า และมีโครงสร้างสมดุลระหว่างผู้เล่นขนาดใหญ่กับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ธุรกิจโบรกเกอร์อยู่รอด แต่คือการทำให้ตลาดทุนไทยแข็งแรงพอจะรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว