Home > Publication & Database

CMRI Publication

เอกสารเผยแพร่

แนวทางการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย

Chutatong Charumilind, Ph.D.

23 Feb 2026
SHARE

Abstract

รายงานฉบับนี้ศึกษาสถานการณ์ บทบาท และทิศทางการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตของไทย ภายใต้บริบทเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero Emissions ภายในปี 2065 ตลอดจนแรงกดดันจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่เข้มข้นขึ้น รายงานมุ่งประเมินทั้งศักยภาพอุปสงค์และอุปทานคาร์บอนเครดิตของประเทศ วิเคราะห์ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและตลาดทุนไทย และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

การศึกษาได้บูรณาการการวิเคราะห์เชิงนโยบายและกฎหมาย การประเมินเชิงเศรษฐศาสตร์ และการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีการทบทวนบทเรียนจากต่างประเทศที่มีพัฒนาการด้านตลาดคาร์บอนอย่างก้าวหน้า ควบคู่กับการประมาณการอุปสงค์–อุปทานภายใต้กรอบเป้าหมาย NDC (Nationally Determined Contribution) และการวิเคราะห์ต้นทุนส่วนเพิ่มของการลดก๊าซเรือนกระจก (Marginal Abatement Cost) นอกจากนี้ ยังมีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อสะท้อนมุมมองของภาคธุรกิจ หน่วยงานกำกับดูแล และตลาดทุนอย่างรอบด้าน

การศึกษาพบว่าตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แม้จะมีแนวโน้มเติบโต แต่ขนาดตลาดยังเล็กเมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และอุปสงค์ส่วนใหญ่ยังขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจเชิงสมัครใจ มากกว่ากลไกเชิงบังคับที่สร้างสัญญาณราคาคาร์บอนอย่างชัดเจน รายงานชี้ว่าการยกระดับมาตรฐานเครดิต ระบบตรวจวัด–รายงาน–ทวนสอบ (MRV) และการเตรียมความพร้อมสู่ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือของตลาดในระยะยาว

เพื่อบรรลุเป้าหมาย รายงานได้มีการเสนอให้ประเทศไทยพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตควบคู่กับการสร้างสัญญาณราคาคาร์บอนที่ชัดเจน เสริมบทบาทตลาดทุนในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน และเชื่อมโยงความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการระดมทุนและยกระดับมาตรฐานสู่สากล การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้ตลาดคาร์บอนเครดิตกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สนับสนุนทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต


Research Bites: ตลาดคาร์บอนเครดิต  ไทยพร้อมหรือยัง?

หลายคนอาจคิดว่า Climate Change เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมล้วน ๆ แต่ในความเป็นจริงกำลังกลายเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทยโดยตรง ทุกวันนี้ไทยเผชิญความสูญเสียจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสูงถึงปีละ 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มเฉลี่ย 5 มิลลิเมตรต่อปี ก็กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่กระทบถึงความสามารถในการแข่งขัน การลงทุน และอนาคตการเติบโตของประเทศ

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ ตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกที่จะช่วยเปลี่ยนไทยจากผู้รับความเสี่ยง ให้กลายเป็นผู้ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมเป้าหมาย Net Zero เข้ากับโครงสร้างเศรษฐกิจ ตลาดคาร์บอนไม่ได้มีไว้แค่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจปรับตัว เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และทำให้การลดคาร์บอนกลายเป็นกลไกทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตลาดคาร์บอนของไทยยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการขาดบุคลากรและองค์ความรู้เฉพาะทาง ความไม่ชัดเจนด้านกฎหมายและภาษีของคาร์บอน รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและมิจฉาชีพ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นและสภาพคล่องของตลาด อีกประเด็นสำคัญคือ ความเสี่ยงจากมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป หากไทยไม่มีระบบตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (ETS) หรือราคาคาร์บอนที่ชัดเจน ผู้ประกอบการไทยอาจไม่สามารถนำต้นทุนคาร์บอนในประเทศไปหักล้างกับภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนได้ และอาจต้องเสียภาษีเต็มจำนวนในปี 2569

ในภาพใหญ่ วิสัยทัศน์ของตลาดคาร์บอนเครดิตไทยคือ การสร้างตลาดที่น่าเชื่อถือ สะท้อนราคาจริง และขับเคลื่อนการลดคาร์บอนของประเทศ ควบคู่กับระบบ ETS ภาคบังคับที่ช่วยกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และทำให้ต้นทุนคาร์บอนสะท้อนอยู่ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง เป้าหมายไม่ใช่แค่ลดการปล่อย แต่คือการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของผู้ประกอบการไปสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

แผนพัฒนาถูกแบ่งเป็นระยะสั้น กลาง และยาว ในระยะเริ่มต้น เน้นสร้างความเข้าใจ วางกฎหมาย และเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบ MRV เพื่อให้ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ จากนั้นจึงพัฒนามาตรฐานให้เชื่อมโยงกับสากล ขยายโครงการคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง และทดลองระบบ ETS ก่อนยกระดับสู่มาตรฐานที่เทียบเท่านานาชาติ ในระยะยาวจะมีการปรับเพดานการปล่อยก๊าซให้เข้มงวดขึ้น และกำหนดสัดส่วนการชดเชย (offsetting) ที่ลดลง เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ความเป็นไปได้ของตลาดคาร์บอนร่วมในอาเซียน แม้จะมีกรอบความร่วมมือหลายระดับ เช่น ยุทธศาสตร์อาเซียนเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน และความร่วมมือของภาคเอกชน แต่ระดับความพร้อมของแต่ละประเทศยังแตกต่างกันมาก บางประเทศเริ่มใช้กฎหมายกำหนดราคาคาร์บอนแล้ว ขณะที่บางประเทศยังอยู่ในขั้นศึกษา ส่งผลให้การรวมตลาดระดับภูมิภาคยังเป็นเรื่องท้าทาย และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ตลาดคาร์บอนเครดิตไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การค้า และความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน หากออกแบบได้ดี มีความน่าเชื่อถือ และพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน ก็จะกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างมั่นคง พร้อมรับมือกับความท้าทายระดับโลกในอนาคต